Powered by Invision Power Board


Pages: (2) 1 [2]   ( Go to first unread post ) Reply to this topicStart new topicStart Poll

[Fic] เรือโจรสลัดไพเรท ภาค Original ^ ^", อัพเดท >>17 มีนาคม 2550

Posted: March 27, 2007 04:18 am  
Quote Post



ช่างซ่อมเรือไพเรท
***
Member No.: 13
Joined: February 28, 2007
Group: Mod
Posts: 30




MSN
อืม ๆ ตำแหน่งมือขวามีที่มาเยี่ยงนี้นี่เอง biggrin.gif


--------------------
<<<< อันเรือนั้นมันเป็นศิลปะ ข้าจึงมานะสร้างซ่อมอยู่เป็นนิจ >>>>


ป.ล. เป็นช่างซ่อมเรือ...ไม่ว่า แต่ถ้าใครทำเรือมีรอยแม้แต่นิดล่ะก็ เตรียมรับค้อน + ตะปูอาญาสิทธิ์ได้เลย!!!!!
 
PMEmail PosterUsers Website
Top

Posted: March 27, 2007 08:29 am  
Quote Post



รองกัปตันเรือไพเรท
*********
Member No.: 11
Joined: February 21, 2007
Group: Mod
Posts: 174




MSN
เยี่ยมมากกัปตัน ต่อไปก็ถึงคิวของคุณหมอแล้วซินะ เฮ้ยเอามาต่อเร็วๆนะ รีบๆให้ถึง 8 ปีเร็วๆตรูอยากรู้โว้ยว่าตรูจะกลับมายังไง


--------------------


"ชีวิตข้านี้ ยอมพลีเพื่ออุดมการณ์และพวกพ้อง"
 
PMEmail PosterUsers Website
Top

Posted: March 28, 2007 09:36 am  
Quote Post



กัปตันเรือไพเรท
*********
Member No.: 2
Joined: February 15, 2007
Group: Mod
Posts: 173




อีกไม่นานเกินรอ

ปล. แต่กุยังไม่เริ่มแต่งของม้ำเลย ได้แต่คิดไว้ wink.gif


--------------------
>>กัปตันไพเรท<< จงเชื่อมั่นในตัวเรา

user posted image
QUOTE ("กัปตัน")
จะยอมตายเพื่อพวกพ้อง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราจะปกป้องทุกคนเอง

 
PMEmail Poster
Top

Posted: April 06, 2007 06:24 am  
Quote Post



กัปตันเรือไพเรท
*********
Member No.: 2
Joined: February 15, 2007
Group: Mod
Posts: 173




แฟไซโคน เป็นพายุที่มีพลังรุงแรงมากมายมหาศาลจะเกิดขึ้นทุกๆ 10 ปี มันสามารถทำรายล้างทุกสิ่งทุกอย่างได้ภายในพริบตาเดียว สมัยก่อนแฟไซโคนนั้นเป็นสิ่งที่ชาวเมืองฮิวล์ตันต่างพากันหวาดกลัวกับอำนาจการทำรายล้างที่ไม่สามารถหยุดได้แถมยังพราก ที่อยู่อาศัย สิ่งของ และชีวิตไปจากพวกเค้าอีกด้วย แต่ถึงแฟไซโคนจะสร้างความเสียหายให้กับชาวเมืองฮิวล์ตันมากสักแค่ไหน ชาวเมืองทุกคนก็ยังคงสู้กับแฟไซโคนมาจนถึงปัจจุบันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ถึงแม้ว่าแฟไซโคนจะเป็นภัยที่มาจากธรรมชาติก็ตาม

วันนี้เป็นวันที่ อากาศร้อนผิดปกติ ทั้งๆที่ไม่เห็นดวงอาทิตย์ แต่ทำไมอากาศมันถึงได้ร้อนแบบนี้ ชาวเมืองฮิวล์ตันนับพันคนต่างพากันเดินไปที่ปราสาทฮิวล์ตันสกาย ซึ่งที่ปราสาทแห่งนั้นเป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเอกของเมืองเลยก็ว่าได้ เพราะมันลอยอยู่บนฟ้า (คนจะขึ้นไปยังปราสาทต้องเดินไปตามบันไดวนซึ่งระยะทางไกลพอสมควร ไม่ขออธิบายมากก็แล้วกัน) ปราสาทฮิวล์ตันสกายจะถูกเปิดใช้ทุกๆ 10 ปี เหตุผลที่สามารถเปิดให้ใช้ทุกๆสิบปีนั้นมีอยู่อย่างเดียวนั่นก็คือ ปราสาทฮิวล์ตันสกายใช้สำหรับหลบภัยจากแฟไซโคน.....


“อิทจัง แล้วเจอกันที่ฮิวล์ตันสกายนะลูก”

เสียงพร่ำบอกของผู้เป็นแม่ดังขึ้นเป็นระยะๆด้วยความเป็นห่วงลูกสาวเพียงผู้เดียวของตน สายตายังคงจับจ้องมองลูกสาวจนวินาทีสุดท้ายก่อนจะขนสัมภาระต่างๆไปยังปราสาทฮิวล์ตันสกาย


“อย่าห่วงไปเลย เด็กนั่นโตขึ้นมากแล้ว” ผู้เป็นพ่อได้แต่ปลอบโยนแม่ของอิทจังก่อนจะพาตัวหล่อนไปยังปราสาท


และสำหรับที่เก่าเวลาเดิมสำหรับโจรสลัดนั่นก็คือ ชายหาด น้ำทะเล และกลิ่นเค็ม คิลเดินวนไปก็วนมาอยู่หลายรอบจนทำให้กุ้ง หอย ปู ปลา แถวนั้นถึงกับตาลาย...


“เมื่อไหร่ เจ้าเตยมันจะมาฟระ” คิลพึมพำกับตัวเองก่อนจะหันมามองซ้ายขวาแล้วก็เดินวนไปวนมาต่อ กุ้ง หอย ปู ปลาก็ทำหน้าที่มึนของมันต่อไป


“เจ้าบ้า... เดินวนไปวนมาจนชั้นตาลายไปหมดแล้ว” อิทจังพูดมาจากไกลๆ แต่ก็ไม่ไกลมาก และเมื่อคิลได้ยินเสียงของอิทจังเค้าก็ถึงกับหันควับไปมองด้วยความโมโห


“มัวไปทำอะไรอยู่ห๊า!!!!!~”


“ก็ช่วยที่บ้านเก็บของนะสิ ถามได้” อิทจังตอบแบบไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเลยแม้แต่น้อย


“เก็บของ? เก็บทำไม? หรือว่าแกจะย้ายบ้าน” คิลยิงคำถามใส่อิทจังเป็นชุด


“ก่อนจะตอบคำถามของแก.....” อิทจังพูดพร้อมกับเงียบไปสักพักก่อนจะพูดต่อว่า “ทำไมแกต้องเรียกชั้นว่าเตยด้วยฟระ ไอ้บ้า!!!!~ แกจะตีสนิทชั้นมากไปหน่อยแล้วนะ!!!!!~”


“หากมือขวาไม่สนิทกับกัปตันแล้วมันจะเป็นมือขวาได้ไงละ” คิลพูดด้วยสีหน้านิ่ง พร้อมกับค่อยๆเหลือบมองหน้าของอิทจังด้วยสายตาของนักปราชญ์ “แกมันโง่จริงๆ”


และทันทีที่คิลพูดจบ บาทาพิฆาตก็ตะหวาดเข้าที่ใบหน้าของคิล คิลหลบได้แบบหวุดหวิด


“โชคดีที่ทรายช่วยชีวิต” คิลทำท่าโล่งอกมือทรายที่ตัวเองยืนอยู่มันดูดขาทั้งสองครั้งลงมาก่อนที่บาทาพิฆาตของอิทจังจะมาถึงใบหน้าของคิล แต่คิลก็ดีใจได้ไม่นาน...


“หึหึหึหึหึหึ!!!!~ แล้วแบบนี้จะหลบยังไงละกัปตัน” อิทจังยั่วยุ พร้อมกับเดินเข้าไปหาคิลที่กำลังหาทางดึงขาออกจากทรายสุดชีวิต แต่คิลก็ดึงไม่ออกสักที จนกระทั่งอิทจังมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า อิทจังค่อยๆก้มมองคิลพร้อมกับทำสีหน้าหื่นสุดๆ


“มึงเสร็จกูแน่” อิทจังพูดพร้อมกับงางเท้าเป็นมุม 90 องศา คิลได้แต่หลับตาลงพร้อมกับสวดมนต์ขอพรจากพระผู้เป็นเจ้า อิทจังเตรียมพร้อมเตะอย่างเต็มที่ เท้าของอิทจังถูกแหวงจากด้านหลังด้วยความเร็วสูง เป้าหมายคือหน้าของคิล...


เปรี๊ยงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!!~


เมื่ออิทจังได้ยินเสียงเปรี๊ยงเค้าก็ถึงกับหยุดสงักไป คิลถอนหายใจเฮือกใหญ่พร้อมกับรีบดึงขาตัวเองออกจากทรายโดยเร็ว


“เริ่มแล้วสินะ” อิทจังยืนพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหันมามองหน้าคิลที่ขณะนี้หลุดออกมาจากทรายได้เรียบร้อย คิลผงะเล็กน้อยเมื่อเห็นหน้าของอิทจังเหมือนกับว่ายังกลัวๆ บาทาพิฆาตอยู่


“รีบไปที่ฮิวล์ตันสกายกันเถอะ” อิทจังพูดยังไม่ทันจะขาดคำ เค้าก็รีบดึงมือคิลไปทันที คิลได้แต่ถามว่า ไปทำไมๆ อยู่ตลอดทาง จนทำให้อิทจังถึงกับทนไม่ไหวเลยพูดขึ้นว่า...



“แกก็แหกตาดูโน้นให้ดีสิ” อิทจังชี้ไปที่ทะเล คิลหันไปมองตามที่อิทจังชี้


“ห๊า!!!~ นี่ยังไม่เช้าอีกหรอเนี่ย” คิลทำหน้าตื่นตะลึงเมื่อเห็นก้อนเมฆก้อนใหญ่สีดำลอยวนอยู่เต็มท้องฟ้าไปหมด


“ยังไม่เช้า.....” อิทจังทวนคำถามเล็กน้อย “นี่แกจี้เส้นชั้นงั้นหรอ” หน้าตาที่บ่งบอกถึงความเครียดของอิทจังทำให้คิลเงียบไปได้สักพัก


ขณะนี้บรรยายกาศเต็มไปด้วยมวนเมฆฝนเต็มทั่วท้องฟ้าไปหมด สงสัยแฟไซโคนกำลังจะเกิดในอีกไม่กี่นาทีนี้แหงๆ คิลกับอิทจังก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาวิ่งไปยังฮิวล์ตันสกายหนทางช่างไกลเหลือเกิน


เปรี๊ยงงงงงงงงงงง เปรี๊ยงงงงงงงงงงงง!!!~ เสียงของฟ้ายังคงส่งเสียงร้องบอกว่า ‘กูกำลังจะมาแล้ว’ เป็นระยะๆ ทำให้บรรยากาศบริเวรนั้นหน้ากลัวมากยิ่งขึ้น



“โอ้ยยยยย... ไม่ไหวแล้ว” อิทจังพูดขึ้นพร้อมกับนั่งลงกับพื้นด้วยความเหนื่อยล้า คิลชงักทันทีเมื่อเห็นอิทจังลงไปนั่ง


“อะไรกัน เมื่อกี้ยังฟิดอยู่เลย” คิลกัดอิทจังเล็กน้อย แต่อิทจังก็ไม่ได้ตอบโต้อะไร


“แกไปก่อนเถอะ เดี๋ยวชั้นตามไป”


“เห้ย แกจะบ้าหรอ” คิลสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะตามด้วยคำด่า


“ไม่บ้า แกไปก่อนเถอะ ชั้นขอนั่งพักตรงนี้ก่อนแล้วกัน เหนื่อยจะแย่”


“จากที่ชั้นฟังแกเล่าเรื่องแฟไซโคนอะไรนั่นแล้ว ยิ่งทำให้ชั้นทิ้งแกไว้ที่นี่ไม่ได้ใหญ่เลย” คิลพูดพร้อมกับดึงมืออิทจังที่กำลังนั่งอยู่ให้ลุกขึ้นยืน


“ไม่ แกไปเถอะ” อิทจังสะบัดมือออกทันที


และในขณะที่คิลกับอิทจังกำลังโต้วาทีกันอยู่นั่น แฟไซโคนเริ่มก่อตัวใหญ่ขึ้นๆๆๆ จนกระทั่งถึงขีดสุด มันเริ่มเข้ามาใกล้ๆเมืองฮิวล์ตันทีละนิดๆ


“แกดูนั่น” อิทจังชี้แฟไซโคนที่กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ให้คิลได้ชมเป็นขวัญตา และเมื่อคิลเห็นก็ถึงกับอ้าปากค้าง


“พระเจ้าช่วยกล้วยทอดใส่ถุงกลับบ้านจะเอาไปฝากแม่ อะไรมันจะทมึนขนาดนั้น”


“เห็นแล้วก็รีบไปสะ ก่อนที่มันจะมาถึงนี่”


“ชั้นจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ถ้าไม่มีแกไปด้วย”


“นี่ไม่ใช่เวลามาทำซึ้งนะโว๊ยยย”


“ฮึ” คิลไม่ได้พูดอะไรได้แต่เปล่งเสียงออกมาจากลำคอเล็กน้อยก่อนจะลงไปนั่งกับพื้นที่อิทจังได้นั่งอยู่ก่อนแล้ว


“เจ้าบ้า... ยังจะมานั่งอีก”


“ถ้าจะไปก็ต้องไปด้วยกันสิ” คิลพูด พร้อมกับล้มตัวลงนอนกับพื้นโดยที่ไม่แยแสอะไรทั้งสิ้น แฟไซโคนเองก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆแล้ว



“เดี๋ยวก็ตายกันทั้งสองคนหรอกไอ้บ้า.. แกมันบ้า ชั้นละไม่รู้จะสันหาคำอะไรมาด่าแล้วนะเห้ย” อิทจังเริ่มด่าว่าแบบสติแตก เม็ดฝนก็โปรยปรายลงมาจากบนท้องฟ้า เป็นสัญญาณบอกว่าแฟไซโคนกำลังใกล้เข้ามาอีกนิดแล้ว คิลยังคงนอนกับพื้นอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร


“แกคิดจะจบความฝันโจรสลัดของแกแค่นี้น่ะหรอ” น้ำเสียงที่อ่อนลงของอิทจังชวนให้บรรยากาศทร่ามกลางสายฝนเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความอ่อนโยน


“ความฝันยังอีกยาวไกลนัก แค่นี้ชั้นไม่ทำให้มันจบง่ายๆหรอก” คิลพูดขณะที่เสื้อผ้าเปลือกไปทั้งชุดอิทจังเองก็เหมือนกัน


“แล้วทำไมไม่ไปสะละ มาอยู่ที่นี่ทำไม”


“ที่อยู่ก็เพราะที่นี่มีพวกพ้องของชั้นอยู่ไงละ ถึงแม้ว่าความฝันจะสำคัญสำหรับชั้นมากแค่ไหน แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่าความฝันนั่นก็คือ พวกพ้อง ชั้นไม่มีวันทิ้งพวกพ้องของชั้นไปได้หรอก ถ้าจะตายก็ต้องตายด้วยกัน ถ้ารอดก็ต้องรอดด้วยกัน หรือถ้าต้องมีคนใดคนหนึ่งต้องตาย ชั้นก็จะขอตายเอง หรือถ้ามีคนใดคนนึ่งรอดนั่นต้องไม่ใช่ชั้น เข้าใจที่ชั้นพูดมั๊ยอิทจัง”


“ก...กัปตัน.....” อิทจังอึ้งสุดขีดกับคำพูดที่ไม่เคยคิดว่าคนอย่างคิลจะพูดออกมาได้ มันเป็นคำพูดที่มีสาระในรอบ 10 ปีของคิลเลยก็ว่าได้มั้ง เปรี๊ยงๆๆๆ !!~ เสียงของแฟไซโคนก็ยังคงเตือนให้หน้าขนลุกอยู่ตลอดเวลา


“ไปกันหรือยังละอิทจัง” คิลพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืน


“เรียกว่าเตยก็ได้นะกัปตัน” อิทจังบอกคิลพร้อมกับลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางที่ฟิดปั๋ง


ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะเตรียมวิ่งอยู่นั่น มีอะไรบางอย่างกำลังวิ่งแหวกอากาศมาทางด้านหลังของทั้งสอง มันเป็นความเร็วที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ ฟิ้ววววววววววว!!!!~ มับ! หลังจากที่เสียงดังฟิ้วววว.. วิ่งผ่านตัวคิลกับอิทจัง ทั้งสองก็หายไปจากจุดที่ยืนอยู่ หายไปพร้อมกับอะไรบางอย่างที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูง มันคืออะไรกันนะ....


“สวัสดี” เสียงของเด็กสาวดังขึ้น


“เห้ย!!!!!~” คิลกับอิทจังประสานเสียงกันเมื่อเห็นเด็กผู้หญิงกำลังแบกตัวเองอยู่ หล่อนไม่ได้แบกธรรมดา หล่อนกำลังวิ่งอยู่ด้วย แถมเป็นการวิ่งที่เร็วมากๆ (ถ้านึกไม่ออกขอแนะนำให้นึกถึง Eyeshield21)


“จ๊ากกกกกกกกกกกกกกก” คิลแหกปากร้องพรางดิ้นไปมา จึก!! “อู้ยยยยยยย......อะไรทิ้มฟระ”


“นี่เธอเป็นใครหรอ” อิทจังยิงคำถามใส่เด็กสาวทันทีเมื่อมีช่องว่าง



“ชั้นชื่อ ม้ำ” ม้ำเด้กสาวผู้มีฝีเท้าเป็นเลิศตอบด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม ม้ำอายุประมาณ 10 ปีเศษ มีผมสีดำสนิทยาวประมาณบ่า ที่หัวก็มีผ้าโพกหัวเสริมความเท่ ดวงตาสีดำเป็นประกาย เสื้อผ้าของม้ำดูสะอาดเรียบร้อยถึงแม้จะมีคาบน้ำจากพื้นดินกระเด็นมาบ้างก็ตาม


“ชั้น อิทจังนะ ขอบใจที่ช่วย” อิทจังแนะนำตัวเอง “ส่วนอีกคน คิลเป็นกัปตันของชั้นเอง” อิทจังแนะนำคิลให้ม้ำรู้จัก ม้ำไม่ได้พูดอะไรได้แต่หันไปยิ้มให้กับคิลและอิทจัง


“งั้นเกาะให้แน่นๆนะ ชั้นจะเร่งความเร็วขึ้นอีก” ม้ำพูดยังไม่ทันจบก็เร่งฝีเท้าทันที จนทำให้คิลกับอิทจังถึงกับผงะเล็กน้อย เพราะมันเร็วมากจนตัวจะปิว


********


เสียงอึกทึกบนปราสาทฮิวล์ตันสกายดังขึ้นเป็นระยะ เมื่อทุกคนได้ยินเสียงฟ้าร้อง ฟ้าผ่า ดังเปรี๊ยงงงๆๆๆๆๆ ก็ร้องหวีดวายด้วยความตกใจ ก็คงจะมีเฉพาะเสียงของผู้หญิงเท่านั้น ส่วนผู้ชายก็จะมานั่งพูดคุยกันว่าต่อไปจะสร้างบ้านแบบไหนกันดี แล้วก็พนันกันว่าบ้านของใครจะเหลือซากไว้ให้ดูต่างหน้า ไม่มีใครคาดคิดแม้แต่น้อยว่าจะมีเด็กผู้หญิงสามคนกำลังวิ่งกันอยู่ข้างล่างของปราสาท จะมีก็แค่ตระกูล แฟตาซี่ และคุณหมอเชย์ เท่านั้น


“อิทจัง.. อยู่ในปราสาทหรือยังนะ” ผู้เป็นแม่ได้แต่พึมพำกับตัวเอง


“คงจะอยู่ในนี้แล้วละ อย่ากังวลไปเลย” ปู่ของอิทจังได้แต่ปลอบโยนลูกสะใภ้ แต่ใจจริงๆของปู่เองก็ไม่ได้เป็นห่วงน้อยไปกว่าผู้เป็นแม่เลย


“อดทนไว้ก่อนนะครับ ยาชากับยาสลบกำลังจะมา” เสียงของคุณหมอเชย์ดังขึ้นในขณะที่กำลังจะผ่าตัดเอาแมลงมีพิษออกจากขาของชายหนุ่มผู้หนึ่ง ใจหนึ่งก็คอยปลอบคนไข้อีกใจหนึ่งก็เป็นห่วงลูกสาว ‘จะเป็นอะไรหรือป่าวนะ’


“ม....หมอครับ ผมจะตายมั๊ยครับหมอ” ชายหนุ่มผู้เคราะห์ร้ายถามขึ้น


“ไม่ตายหรอกครับ ถ้ามีผมอยู่ด้วยทั้งคน” คุณหมอเชย์ตอบด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ทำให้ชายหนุ่มผู้เคราะห์ร้ายดีใจไปหนึ่งเปาะ


*********


คลืนนนนนนนนนนนน... เสียงเหมือนแผ่นดินไหว คลืนนนนนนนน.... ทำให้ผู้คนที่อยู่ในปราสาทฮิวล์ตันสกายถึงกับผวาดทันที ‘แฟไซโคนหรือป่าว?’ แต่ในใจของคุณหมอเชย์ไม่ได้คิดแบบนั้น .....


“ยาชากับยาสลบมาถึงแล้วละครับ เตรียมตัวให้พร้อมนะครับ” รอยยิ้มที่ดูอ่อนโยนสำหรับคนที่เป็นหมอแล้วมันสำคัญมากๆ และในขณะนี้คุณหมอเชย์ก็กำลังส่งรอยยิ้มให้กับชายหนุ่มผู้เคราะห์ร้ายรายนี้อยู่ และทันใดนั่นเอง......


เอี๊ยดดดดดดด!!!~ โครมมมมมมมมมมม!!!!~ ฝีเท้าที่ถูกเบกด้วยความเร็วสุงทำให้ผู้ที่ถูกแบกกระเด็นไม่เป็นท่า


“อู้ยยยยย... ลงจอดไม่งามเลยแฮะ” อิทจังพูดขณะที่ทำขาชี้ฟ้าอยู่


“ทำไมรู้สึกมึนๆหัวแบบนี้ อ๋อยยย.....” คิลบอกกับอิทจัง

“งั้นขอตัวก่อนนะ ไว้เจอกันใหม่” ม้ำบอกลากับเพื่อนใหม่ทั้งสอง พร้อมกับรอยยิ้มที่อ่อนโยน อิทจังกับคิลกล่าวขอบคุณสั้นๆ และทันทีที่ม้ำเดินจากไป คิลก็ล้มลงนอนแน่นิ่งกับพื้น และเมื่ออิทจังเห็นก็รีบวิ่งเข้ามาดูอาการ


“คิล เห้ยๆๆ เป็นอะไรไป” อิทจังเขย่าตัวคิลเพื่อทำให้คิลรู้สึกตัว ผู้คนที่อยู่หลายรอบแถวนั้นก็ได้แต่ยืนมองเฉยๆ เพราะยังคงอึ้งกับการมาของพวกเค้าอยู่


“ไอ้เจ้าบ้า อย่าบอกนะว่าแกตายน่ะ” อิทจังไม่รอช้าตบหน้าคิลซ้ายทีขวาที เพื่อให้คิลได้สติ


ผัวะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ มือของอิทจังรัวใส่หน้าคิลอย่างไม่มียั้ง ทำให้คนที่ยืนดูอยู่ต่างแหวกออกด้วยความกลัวแบบทวีคูณ



“ตื่นสิเห้ย ไม่ยอมให้แกตายง่ายๆหรอกนะ” ในขณะที่อิทจังกำลังรัวมือใส่หน้าของคิลอยู่ อิทจังก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่ต้นขาของคิล มันเป็นลอยเลือดที่เหมือนกับโดนเข็มทิ้ม เลยทำให้อิทจังนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ อิทจังเอาหูของตนแนบลงบนหัวใจของคิล ตุบ ตับ ตุบ ตับ เสียงหัวใจยังคงเต้นอยู่ อิทจังรู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก พรางนึกในใจว่า ‘เมื่อกี้ตบหน้าคิลไปกี่ที’


*******


“ม้ำเอายาสลบกับยาชามา” คุณหมอเชย์บอกับผู้เป็นลูกสาว ม้ำพยักหน้าพร้อมกับส่งเข็มยาสลบกับยาชาส่งให้กับคุณหมอเชย์ และในขณะที่คุณหมอกำลังจะฉีกเข็มลงบนไหล่ของชายหนุ่มผู้เคราะห์ร้าย คุณหมอก็ต้องชงักเมื่อเห็นรอยเลือดบนเข็ม ‘ถูกใช้แล้วนี่!!!’


“มีอะไรหรอครับคุณหมอ” ชายผู้เคราะห์ร้ายถามขึ้นทันทีเมื่อเห็นท่าทางของคุณหมอเชย์


“เอ่อ.. รอสักครู่นะครับ” คุณหมอตอบกับคนไข้ ก่อนจะหันไปหาลูกสาวของตัวเอง

“มีอะไรหรอคะพ่อ” ม้ำถามผู้เป็นพ่อก่อนจะเหลือบไปเห็นเลือดที่เข็ม “เลือด มาได้ไงคะพ่อ นี่หนูหยิบของใหม่มาเลยนะคะ” ม้ำอธิบายให้ผู้เป็นพ่อฟัง

“แล้วมันจากไหน” คุณหมอเชย์ถามม้ำ ม้ำครุ่นคิดสักพักก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้


“หรือว่า..... เด็กผู้หญิงคนนั้น” ม้ำพูดกับตัวเองก่อนจะรีบวิ่งจากจุดที่ยืนอยู่ คุณหมอเชย์ยังไม่ทันได้ถามว่าม้ำจะไปไหน ม้ำก็หายไปจากตรงนั้นเสียแล้ว


“เกิดอะไรขึ้นฮ่ะคุณหมอ” ชายผู้เคราะห์ร้ายมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความงงและสงสัย คุณหมอเชย์หันมายิ้มให้กับชายผู้เคราะห์ร้ายพร้อมกับโยนยาสลบกับยาชาทิ้งไป เนื่องจากมันได้ถูกใช้ไปแล้ว


“อ่า... ทิ้งทำไมครับคุณหมอ”


“มันไม่สำคัญแล้วละครับ” คุณหมอเชย์พูดพร้อมกับหยิบมีดผ่าตัดขึ้นมา ลำแสงของความคมเปล่งประกาย “เจ็บหน่อยนะครับ” คุณหมอเชย์บอกกับคนไข้ก่อนจะเริ่มทำการผ่าตัด


“อ๊าคคคคคคคคคคคคคคคคคคค!!!!!!!!!!!~” เสียงของชายผู้เคราะห์ร้ายกรีดร้องดังรั่น....



มีตอนต่อ wink.gif


--------------------
>>กัปตันไพเรท<< จงเชื่อมั่นในตัวเรา

user posted image
QUOTE ("กัปตัน")
จะยอมตายเพื่อพวกพ้อง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราจะปกป้องทุกคนเอง

 
PMEmail Poster
Top

Posted: April 08, 2007 02:36 pm  
Quote Post



รองกัปตันเรือไพเรท
*********
Member No.: 11
Joined: February 21, 2007
Group: Mod
Posts: 174




MSN
เอาตอนต่อปายๆๆๆๆ


--------------------


"ชีวิตข้านี้ ยอมพลีเพื่ออุดมการณ์และพวกพ้อง"
 
PMEmail PosterUsers Website
Top

  Posted: April 10, 2007 09:53 am  
Quote Post



มือขวากัปตันเรือไพเรท
*********
Member No.: 5
Joined: February 16, 2007
Group: Mod
Posts: 199




Integrity Messenger IMMSN
เอาตอนต่อปายมาบัด NOW !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

wub.gif


--------------------
เธอคือความฝัน เธอคือความจริง เธอคือทุกสิ่ง ของความอบอุ่น เธอคืออาทร อ่อนหวานละมุน ชั้นจึงรักเธอ ไพเรทที่เดียว!!!!!!!!!

user posted image


ในเมื่อได้รับตำแหน่งมือขวามาแล้ว ก็อยากที่จะทำให้ทุกคนมีแต่รอยยิ้มและมีความสุข
 
PMEmail PosterUsers Website
Top

Posted: April 10, 2007 03:20 pm  
Quote Post



กัปตันเรือไพเรท
*********
Member No.: 2
Joined: February 15, 2007
Group: Mod
Posts: 173




เวลาของแฟไซโคนได้ผ่านพ้นไป ชาวเมืองฮิวล์ตันพากันมาตรวจดูว่ามีอะไรที่เป็นของพวกเค้าหลงเหลืออยู่บ้าง และสิ่งที่พวกเค้าพบนั่นก็คือ ความว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่ซากของไม้ ไม่มีเศษของใบไม้ เหลือเพียงแต่พื้นที่โล่งๆธรรมดา และแล้วการวัดพื้นที่เพื่อแบ่งว่าส่วนไหนเป็นของใครก็ได้เริ่มต้นขึ้นทร่ามกลางชาวเมืองฮิวล์ตันที่ยืนมุมกันอยู่


คิลยังคงนอนแน่นิ่งอยู่บนปราสาทฮิวล์ตันสกาย รอบๆตัวของคิลมีอิทจัง ม้ำ คุณหมอเชย์ แล้วก็แม่กับปู่ของอิทจัง


“ม้ำ วันหลังต้องระวังให้มากกว่านี้นะ ถ้าเกิดเข็มนั่นไม่ใช่เข็มยาสลบหรือยาชาละก็ เด็กคนนี้อาจจะหลับไปตลอดชีวิตเลยก็ได้นะ” คุณหมอเชย์บอกกับลูกสาว ม้ำได้แต่รับฟัง....

“แล้วอีกนานมั๊ยคะคุณหมอกว่าคิลจะฟื้น” แม่ของอิทจังถามด้วยความเป็นห่วง

“เจอทั้งยาชาแล้วก็ยาสลบ คงนะนานหน่อยละครับกว่าจะรู้สึกตัว” คุณหมอเชย์บอก
“เฮ่อออ..... คิดว่าจะตายสะแล้ว” อิทจังถอนหายใจ


“เป็นห่วงเพื่อนมากละสิ” ปู่ของอิทจังหันมากัดหลานสาวอย่างสนุกสนาน อิทจังได้แต่หันไปค้อนปู่ของตัวเองควับๆ

“งั้นแม่กับปู่ลงไปดูทหารวัดพื้นที่ก่อนแล้วกันนะ อิทจังก็อยู่ดูคิลอยู่ข้างบนก่อน” แม่อิทจังบอกกับลูกสาว

“อื้อ ได้เลย” อิทจังรับคำพร้อมกับพยัก


“ม้ำก็อยู่ที่นี่แหละ ค่อยดูอาการเด็กคนนี้ไว้” คุณหมอบอกกับม้ำ ม้ำไม่ได้ตอบอะไรกับผู้เป็นพ่อได้แต่ส่งยิ้มให้เท่านั้น

และแล้วบนปราสาทฮิวล์ตันก็ไม่มีผู้ใหญ่อยู่ เหลือไว้เพียงแต่เด็กผู้หญิงสามคน คนหนึ่งนอนแน่นิ่งกับพื้น อีกคนหนึ่งนั่งฮ้าวฟอดๆๆอยู่ข้างเสา อีกคนหนึ่งนั่งมองคนที่นอนแน่นิ่งด้วยรอยยิ้ม

“ถามจริงเถอะ นั่งยิ้มแบบนั้นไม่เมื่อยบ้างหรอ” อิทจังถามม้ำ


“ไม่นิ ชั้นเป็นแบบนี้จนชินแล้วละ” ม้ำตอบด้วยสีหน้าที่สดใส

“เธอเป็นหมองั้นหรอ” อิทจังถามม้ำอีกครั้ง

“จะว่าใช่มันก็ใช่นะ แต่ก็ไม่ใช่สะทีเดียวหรอก” ม้ำตอบ

“มันยังไงกัน”

“ชั้นเรียนวิชาหมอกับพ่อมาตั้งแต่เด็กๆน่ะ ไม่เคยเข้าไปเรียนที่โรงเรียนเหมือนกับคนอื่นๆ ใบรับประกันว่าเป็นหมอก็ไม่มี” ม้ำบอกให้อิทจังฟัง


“เรื่องใบรับประกันอะไรนั่นไม่เห็นต้องไปสนใจเลย แค่เธอสามารถทำให้คนหายป่วยได้แค่นี้ก็เป็นหมอเต็มตัวแล้วละ” อิทจังพูด


“งั้นหรอ ขอบใจนะสำหรับกำลังใจ” ม้ำส่งยิ้มให้กับอิทจังด้วยความอ่อนโยนอีกครั้ง อิทจังได้แต่หัวเราะหึๆ


“งั้นฝากดูแลเจ้าบ้านั่นด้วยนะ ขอนอนสักงีบ” อิทจังพูดก่อนจะล้มตัวนอน

“เอ...” ม้ำฮึมฮัมกับตัวเอง ก่อนจะเหลือบไปเห็นผ้าปิดตาของคิล ม้ำค่อยๆเอื้อมมือจะไปดึงมันออก ทันใดนั่นเองมือของอิทจังก็จับมือของม้ำไว้ก่อนที่ม้ำจะดึงผ้าปิดตาข้างซ้ายของคิล มับ!


“อย่าไปแตะต้องมันนะ” อิทจังพูดด้วยท่าทางขึงขั่งสุดๆ ม้ำถึงกับงงเล็กน้อยได้แต่มองหน้าอิทจังตา ปิบๆ...

“ชั้นเคยเห็นพลังของมันมาแล้ว โหดร้ายมากทีเดียวเลยละ ไม่แน่นะ ถ้าเกิดเมื่อกี้ชั้นมาห้ามไว้ไม่ทัน พวกเราอาจจะตายไปแล้วก็ได้” อิทจังพูดให้ชวนสงสัยเป็นอย่างมาก แต่ม้ำก็ไม่ได้ถามอะไรอิทจังกับเลยแม้แต่น้อย

“ชั้นจะเล่าให้ฟังก็ได้นะ มันไม่ใช่ความลับอะไรหรอก” อิทจังบอกกับม้ำ แล้วอิทจังก็เริ่มสารทยายเรื่องราวเกี่ยวกับตาข้างซ้ายของคิล


*******


เรื่องราวทั้งหมดถูกถ่ายทอดให้กับม้ำอย่างละเอียด ม้ำได้แต่นั่งอึ้งกับเรื่องที่อิทจังเล่า ‘อันตรายชะมัด’ และในขณะที่เด็กๆกำลังนั่งพูดคุยกันอยู่ แอ๊ดดด... ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออกอย่างช้าๆ อิทจังกับม้ำหันไปมองที่ประตู ร่างกายของเด็กผู้หญิงคนนึ่งปรากฏขึ้น....


“เค้าเป็นอะไร” เด็กผู้หญิงถามขึ้น จนทำให้อิทจังกับม้ำหันมามองหน้ากันด้วยความงวยงง? ‘หมายถึงใครกันฟระ?’


“ถ้าหมายถึงเจ้าบ้าที่นอนอยู่ละก็” อิทจังเหลือบมองคิลแล้วก็พูดต่อว่า “โดนยาสลบกับยาชานะไม่เป็นไรมากหรอก”


“ชั้นฝากสิ่งนี้ให้กับเค้าด้วยแล้วกันนะ” เด็กผู้หญิงพูดพร้อมกับส่งซองกระดาษให้กับอิทจัง อิทจังรับซองกระดาษก่อนจะถามว่า มันคืออะไร แต่เด็กผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ได้ตอบอะไรกับอิทจังเค้าเดินออกจากประตูไปอย่างหน้าตาเฉยๆ จนทำให้อิทจังและม้ำงงเป็นไก่ตาแตก


“ซองนั่น มีอะไรอยู่กันแน่” ม้ำถามด้วยความอยากรู้


“แปลกมาก” อิทจังพึมพำ

“แปลกอะไรหรอ” ม้ำถามอีก

“คิลไม่มีเพื่อนหรือญาติที่ไหนแล้วทำไมเด็กผู้หญิงคนนั้นถึงรู้จักกับคิลได้ละ” อิทจังพูด


“คิลไม่มีญาติหรอ งั้นก็เป็นเด็กหลงทางละสิ” ม้ำถามอีกครั้ง อิทจังไม่ได้ตอบอะไรม้ำเค้าได้แต่หันไปมองหน้าม้ำเพื่อบอกเป็นในๆว่า ‘ประมาณนั้นละมั้ง’


เวลาผ่านไปนานหลายชม. คิลเริ่มรู้สึกตัว ม้ำเรียกอิทจังทันทีเมื่อเห็นนิ้วของคิลขยับ คิลค่อยๆลืมตาขึ้นจนกระทั่ง...

“จ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก คืนชีพ”


ผัวะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!~ ฝ่ามือพิฆาตลงมาประทับที่หัวคิลเมื่อคิลตื่นขึ้น นั่นก็ไม่ใช่มือของใครที่ไหน มือของอิทจังนั่นเอง

“แหะๆ ยินดีด้วยนะที่ตื่น” ม้ำบอกกับคิลด้วยหน้าตาที่ยิ้มแย้ม

“นี่แกมาตีหัวชั้นทำไมวะห๊า!!!~” คิลหันไปถามอิทจังทันที


“ก็คนมันตกใจนี่หว่า... อยู่ดีๆก็แหกปาก พอดีมือชั้นมันออโต้” อิทจังพูด

“หนอยยยยย....” คิลพูดด้วยความแค้นสุดๆ แล้วก็ต้องชงักเมื่อเห็นม้ำยืนอยู่ คิลเลยหันไปพูดกับม้ำว่า “แล้วนี่เธอเป็นใครหรอ”

“ห๊า!!!!~” ม้ำอุทานเล็กน้อย

“เค้าชื่อม้ำน่ะ เห็นอย่างนี้ก็เถอะเค้าเป็นหมอเชียวนะ” อิทจังแนะนำม้ำให้คิลฟังอีกที

“อ๋า....” คิลร้องขึ้นพร้อมกับพูดต่อว่า “ เธอคือเด็กผู้หญิงอายชิลด์คนนั่นนะหรอ”

“แหะๆ”


“เออนั่นแหละ” อิทจังพูด พร้อมกับยืนซองกระดาษให้กับคิล คิลรับซองกระดาษด้วยความงง

“อะไรฟระเนี่ย” คิลพึมพำก่อนจะเปิดซองกระดาษ

“มีเด็กผู้หญิงเอามาให้น่ะ” อิทจังบอกกับคิล คิลหยิบกระดาษที่อยู่ด้านในซองออกมาดู กระดาษแผ่นนั้นไม่มีข้อความอะไรอยู่เลย เป็นเพียงกระดาษเปล่าธรรมดา แต่ด้านล่างของกระดาษ มีตราสัญญาลักษณ์ของเมืองฮิวล์ตันซึ่งมันทำให้คิลตกใจเป็นอย่างมาก


“บี...” คิลพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหันไปหาอิทจัง “แกบอกว่ามีเด็กผู้หญิงเอามาให้เด็กผู้หญิงคนนั่นผมสีทอง นัยน์ตาสีฟ้า ใช่หรือป่าว”


“ใช่มั๊ยม้ำ” อิทจังหันไปถามม้ำอีกที ม้ำครุ่นคิด

“หน้าจะใช่นะ” ม้ำตอบ


“หน้าของเด็กคนนั้นนิ่งๆ ดูแล้วเหมือนพวกตายซากใช่หรือป่าว”

“ใช่เลย...” อิทจังกับม้ำตอบพร้อมกันด้วยความแน่ใจ


“ใช่บีจริงด้วย” คิลหันกับมาพึมพำกับตัวเองอีกครั้ง ทำให้อิทจังกับม้ำสงสัยเป็นอย่างมาก

“บีที่ว่าใช่เจ้าหญิงรีน่าบี เจ้าหญิงรัชทยาทอะไรนั่นใช่มั๊ย” อิทจังถามขึ้น

“ใช่ บีเป็นเจ้าหญิงรัชทยาท” คิลตอบแต่ตายังคงจ้องมองกระดาษที่ว่างเปล่าใบนั้นอย่างไม่ละสายตา

“เด็กผู้หญิงที่หน้าตาดูไม่เป็นมิตร แถมยังพูดจาห้วนๆ นั่นอะหรอเจ้าหญิงรัชทายาทแห่งเมืองฮิวล์ตัน” อิทจังร้องรั่น พรางหันไปหาผู้ช่วยเสริม “คิดอย่างที่ชั้นคิดมั๊ยม้ำ”

“ตอนแรกชั้นก็คิดว่า เจ้าหญิงรีน่าบีจะเป็นเจ้าหญิงที่แสนใจดี มีรอยยิ้มตลอดเวลา พูดจาไพเราะสมกับเป็นเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ควรคู่แก่การเป็นผู้สืบทอดของพระราชา” ม้ำเริ่มสารทยาย “แต่แล้วภาพที่เห็นกับตรงกันข้าม” ม้ำพูดแบบหดหู่สุดๆๆ อิทจังเองก็เช่นกัน


“แล้วนี่..... เธอเป็นใครกันหรอ” คิลหันมาถามม้ำ เมื่อม้ำได้ยินก็ถึงกับอ้าปากค้าง ‘เพิ่งจะแนะนำตัวเองไปหยกๆ ลืมกันแล้วหรอฟระ เจ้าสมองตัน’


“ม้ำไง” อิทจังพูดสีหน้าเริ่มหมดความอดทน


“อ่อ....” คิลอุทาน “เธอคือม้ำที่ช่วยชีวิตพวกเราจากแฟไซโคนสินะ”

“เอออออออ!!!~” อิทจังตะหวาดใส่คิล คิลถึงกับผงะเล็กน้อยเพื่อถอยไปตั้งรับการโจมตีของอิทจัง แต่อิทจังก็ไม่ได้ทำอะไร...

“แหะๆ” ม้ำหัวเราะเมื่อเห็นคิลกับอิทจังยอกล้อกัน


“ที่บอกว่ารองกัปตันชื่อบี ก็คงจะเป็นเจ้าหญิงรีน่าบีสินะ” อิทจังถาม


“หึหึหึหึ ใช่เลย” คิลตอบ


“นี่พวกเธอพูดเรื่องอะไรกันหรอ” ม้ำหันมาถามทั้งอิทจังและคิล อิทจังกับคิลมองหน้ากันก่อนจะพูดพร้อมกันว่า
“โจรสลัด!!!!~”


เมื่อม้ำได้ยินก็ถึงกับร้องเสียงหลง


“เหวอ... โจรสลัดงั้นหรอ....” ม้ำทำท่าสยองสุดๆ

“สนใจมาเป็นโจรสลัดมั๊ยละ” อิทจังกล่าวชวนม้ำทันที และเมื่อคิลได้ยินก็เหลือบมองอิทจัง เหมือนบอกเป็นในๆว่า ‘แกอย่าชวนใครสุ่มสี่สุ่มห้าได้มั๊ย’


“แล้วชั้นจะเป็นโจรสลัดไปเพื่ออะไรละ” ม้ำพูดด้วยน้ำเสียงที่ท้อแท้ “ต่อสู้ชั้นก็ไม่เก่ง เรื่องเดินเรือก็ไม่เป็น จะให้ไปปล้นฆ่าใครก็คงทำไม่ลงหรอก ตอนนี้ความสามารถของชั้นเป็นศูนย์ สรุปแล้วไม่มีอะไรดีเลยสักอย่าง”

“ม....ไม่..” อิทจังกำลังจะเอ่ยปากพูด คิลก็เอามือมาปิดปากอิทจังไว้


“คนไม่มีความสามารถชั้นไม่เอาขึ้นเรือหรอก เสียเวลา” คิลพูดเมื่อเอามือปิดปากอิทจัง อิทจังถึงกับอึ้งในคำพูดของคนที่ตัวเองคิดมาเสมอว่า ‘เม่งปยอ.’ แต่อิทจังก็คิดว่าคำพูดของคิลมันแรงเกินไป อิทจังเลยใช้มือปัดมือของคิลที่ปิดปากอิทจังอยู่


“แกมีความสามารถอะไรมั้งฟระไอ้คิล” อิทจังพูดขึ้น ม้ำยืนฟังอยู่เริ่มน้ำตาซึม


“ไม่มีสักอย่าง” คิลตอบด้วยสีหน้าที่นิ่งเฉยสุดๆ เหมือนกับว่าไม่สะทกสะท้านอะไรทั้งสิ้น

“งั้นแกก็ลงจากเรือไปสะ เสียเวลา” อิทจังพูดใส่หน้าคิล คิลยังคงนิ่ง แต่ม้ำน้ำตาไหลพราก


“พอเถอะ..อย่าทะเลาะกันเพราะชั้นเลย” ม้ำพูดขณะที่กำลังเอามือข้างหนึ่งปาดน้ำตา


“ต่อให้ตายชั้นก็ไม่ลงจากเรือหรอกนะ ชั้นไม่มีทางลงจากเรือเด็ดขาดไม่ทาง....” คิลพูด


“แก....” อิทจังเริ่มโมโห “แกเป็นคนพูดเองไม่ใช่หรอว่าคนไม่มีความสามารถแกไม่เอาขึ้นเรือ แกเองก็บอกเองไม่ใช่หรอ ว่าแกไม่มีความสามารถ แล้วแกจะอยู่บนเรืออีกทำไม”


“ทำไมน่ะหรอ” คิลพูดพร้อมกับหันไปมองหน้าอิทจังที่ตอนนี้กำลังฉุนได้ที่ “เพราะหน้าที่ไงละ แกเองก็มีหน้าที่ของแก ชั้นเองก็มีหน้าที่ของชั้น ไม่เห็นจำเป็นต้องมีความสามารถเลย”


“แกมันบ้าหรือสมองกวงฟระ” อิทจังพูดขึ้นทันทีเมื่อได้ยินคำพูดที่ชวนหน้างงงวยของคิล


“ชั้นหมายความว่า คนที่จะขึ้นเรือชั้นนะทำแค่หน้าที่ของตัวเองเท่านั้นก็พอ เช่น รองกัปตัน ก็ต้องทำหน้าที่คอยช่วยเหลือกัปตันในทุกๆอย่าง พวกดูแลลูกเรือ มือขวากัปตันอย่างแกก็ทำหน้าที่คอยเสริมกำลังให้กับกัปตัน คอยรับคำสั่ง อะไรแบบนี้อะ ถ้าเกิดมีพวกนักสู้ นักดาบ ก็จะคอยต่อสู้ นี่ก็คือการทำหน้าที่ของแต่ละคน ไม่จำเป็นต้องเป็นทุกอย่างก็ได้ เข้าใจ๊!!!~” คิลสารทยายให้อิทจังฟังจนเกือบกระจ่าง


“แบบนี้ ชั้นก็มีสิทธิ์อยู่บนเรือโจรสลัดนะสิ” ม้ำบอก

“หือ.. เธอจะเป็นอะไรละ” คิลถามม้ำ

“ชั้นเป็นหมอได้หรือป่าว” ม้ำตอบ

“ได้เสมอ”

“จริงหรอ” เมื่อม้ำได้ฟังที่คิลบอกก็ทำให้ม้ำรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก “แต่หมออย่างชั้นไม่มีในรับประกันนะว่าเป็นหมออย่างถูกต้อง พวกเธอไว้ใจในตัวชั้นหรอ”

“ไว้ใจสิ แต่เธอต้องเป็นหมอที่เก่งที่สุดในโลกนะ ถ้าเกิดเธอเป็นหมอที่เก่งที่สุดในโลกก็ไม่จำเป็นต้องมีใบรับประกันใช่ม้า... ”


“นั่นสิ ถ้าเป็นหมอที่เก่งที่สุดในโลก ไม่ต้องมีใบรับประกัน” ม้ำทวนคำพูดของคิล ก่อนจะตัดสินใจอะไรบางอย่างได้


“ตกลง !!!~ ชั้นจะเป็นหมอที่เก่งที่สุดในโลกให้ได้ ชั้นสัญญา....”



--------------------
>>กัปตันไพเรท<< จงเชื่อมั่นในตัวเรา

user posted image
QUOTE ("กัปตัน")
จะยอมตายเพื่อพวกพ้อง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราจะปกป้องทุกคนเอง

 
PMEmail Poster
Top

Posted: April 10, 2007 04:03 pm  
Quote Post



รองกัปตันเรือไพเรท
*********
Member No.: 11
Joined: February 21, 2007
Group: Mod
Posts: 174




MSN
กรี๊ดดดเริ่ดค่ะเริ่ด

ปล.ตรูโผล่มาแว่ปเดียวเอง...เอาวะค่าตัวคงแพงเลยออกนิดเดียว


--------------------


"ชีวิตข้านี้ ยอมพลีเพื่ออุดมการณ์และพวกพ้อง"
 
PMEmail PosterUsers Website
Top

  Posted: April 17, 2007 10:02 am  
Quote Post



มือขวากัปตันเรือไพเรท
*********
Member No.: 5
Joined: February 16, 2007
Group: Mod
Posts: 199




Integrity Messenger IMMSN
ม้ำมาแว้ววววววววววววววววววววววว
(มาตั้งแต่ตอนที่แล้ววววววววววววววววววและตอนนี้)
??????????????
กรูท่าจะบ้า......................
เออช่างเหอะ กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก


เอาตอนต่อไปมาลงเลยยยยยยยยยย


wub.gif
wub.gif


--------------------
เธอคือความฝัน เธอคือความจริง เธอคือทุกสิ่ง ของความอบอุ่น เธอคืออาทร อ่อนหวานละมุน ชั้นจึงรักเธอ ไพเรทที่เดียว!!!!!!!!!

user posted image


ในเมื่อได้รับตำแหน่งมือขวามาแล้ว ก็อยากที่จะทำให้ทุกคนมีแต่รอยยิ้มและมีความสุข
 
PMEmail PosterUsers Website
Top

Posted: April 17, 2007 05:25 pm  
Quote Post



ต้นหนเรือไพเรท
******
Member No.: 10
Joined: February 18, 2007
Group: Mod
Posts: 131




MSN
เอิ้กๆ ถึงม้ำจะเป็นหญิงแต่ก็เท่~ อยู่ดีแหล่ะใช่อะเป่า? งุงิๆ ว่าแต่ว่ารีบลงเข้านะกัปตัน เอ๊ย! ไม่ได้สิ ช่วงนี้ปั่นชุดอยู่นี่เนาะ 555+ สู้ๆ นะจ้าเป็นกำลังใจให้ งุงิๆ


--------------------
"ชายหนุ่มทั่วหล้า ต้องเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว" << คำนิยามจากต้นหนเรือไพเรท

user posted image

[Pirate Board]รวมพลโจรสลัดพันธ์ฮา <<ลิงค์ ficion ที่เด็กดี
 
PMEmail Poster
Top

  Posted: May 02, 2007 08:03 am  
Quote Post



มือขวากัปตันเรือไพเรท
*********
Member No.: 5
Joined: February 16, 2007
Group: Mod
Posts: 199




Integrity Messenger IMMSN
โหยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
เอะอะอารายก็ม้ำๆๆๆๆๆๆๆ

แหวะ biggrin.gif

ปล.ไอ้คิลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลล
แกจะปล่อยให้บอร์ดล้างรึฟระๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


แง้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ wacko.gif


--------------------
เธอคือความฝัน เธอคือความจริง เธอคือทุกสิ่ง ของความอบอุ่น เธอคืออาทร อ่อนหวานละมุน ชั้นจึงรักเธอ ไพเรทที่เดียว!!!!!!!!!

user posted image


ในเมื่อได้รับตำแหน่งมือขวามาแล้ว ก็อยากที่จะทำให้ทุกคนมีแต่รอยยิ้มและมีความสุข
 
PMEmail PosterUsers Website
Top

Posted: May 03, 2007 01:00 pm  
Quote Post



กัปตันเรือไพเรท
*********
Member No.: 2
Joined: February 15, 2007
Group: Mod
Posts: 173




QUOTE (Itjung!!! @ May 02, 2007 08:03 am)
โหยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
เอะอะอารายก็ม้ำๆๆๆๆๆๆๆ

แหวะ biggrin.gif

ปล.ไอ้คิลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลล
แกจะปล่อยให้บอร์ดล้างรึฟระๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


แง้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ wacko.gif

ยามไม่ได้ ohmy.gif


--------------------
>>กัปตันไพเรท<< จงเชื่อมั่นในตัวเรา

user posted image
QUOTE ("กัปตัน")
จะยอมตายเพื่อพวกพ้อง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราจะปกป้องทุกคนเอง

 
PMEmail Poster
Top

Posted: May 03, 2007 01:33 pm  
Quote Post



กัปตันเรือไพเรท
*********
Member No.: 2
Joined: February 15, 2007
Group: Mod
Posts: 173




“ชั้นจะเป็นโจรสลัด!!!!~”


“ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!~”

พระราชาผู้เป็นบิดาของบี สะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นภาพของลูกสาวตนเองปรากฏขึ้นในความฝัน “อยู่ดีๆก็ฝันว่าลูกหญิงจะเป็นโจรสลัด สงสัยเราจะคิดมากไป” พระราชาพึมพำกับตนเองก่อนจะล้มตัวลงนอน....

............................................

.........................

...............

.....

...



8 ปีผ่านไป




วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ชาวเมืองฮิวด์ตัน แต่งองค์ทรงเครื่องกันอย่างหรูหรา ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ผู้น้อยเองก็แต่งกันเต็มยศรวมไปถึงศรีภรรยา ที่โชว์เครื่องเพชรแวววาวประชันกันอย่างบ้าคลั่ง มันช่างสะดุดตาหน้าปล้นเป็นยิ่งนัก และสาเหตุที่ชาวเมือง ข้าราชการใหญ่น้อย รวมถึงศรีภรรยา ออกมาแต่งตัวให้ดูดีสมกับเป็นวันดีๆนั่น ก็เพราะว่าวันนี้เป็นวันที่จะแต่งตั้งองค์รัชทายาท เพื่อที่จะมาสืบทอดบัลลังก์ต่อจากพระราชา


วันนี้เป็นวันที่ 18 ธันวาคม เจ้าหญิงรีน่าบีกำลังแต่งองค์ทรงเครื่องอย่างเต็มพระยศเพื่อสมเกรียติของเจ้าหญิงรัชทายาท สร้อยเพชรเม็ดใหญ่เท่าไข่ห่านถูกนำมาห้อยไว้ที่คอของบี มันช่างสวยงามอะไรเช่นนี้ แต่... สำหรับบีแล้ว มันก็เป็นแค่อะไรสักอย่างที่เอามาถ่วงคอเล่น


“วันนี้เจ้าหญิงดูสวยและสง่างามมากเลยไพคะ” แป่วพูดขณะที่กำลังจัดชุดที่พะรุงพะรังตามตัวบีให้เป็นระเบียบเรียบร้อย


“เหอะ” เสียงที่รอดออกมาจากลำคอของบีทำให้แป่วสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนที่จะทำปากจุ๊ๆใส่บีแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่มนวลใส่บีอย่างแผ่วเบา


“เสร็จแล้วไพคะ”


หลังจากที่แป่วพูดจบบีก็ลุกพรวดจากเก้าอี้ทันที


“อ๋า.... ระวังหน่อยสิไพคะ” แป่วพูดพร้อมกับวิ่งเข้าไปจัดชุดบีให้เข้าที่ บีเริ่มรำคาญเต็มทีกับการที่ต้องมาใส่ชุดบ้าๆให้คนอื่นต้องมาคอยจัดชุดให้ตลอดเวลา แต่บีก็ไม่อยากจะพูดอะไรออกไป เพราะกลัวว่าแป่วจะเสียใจ



***********



ประตูของห้องโถงใหญ่ใจกลางพระราชวังถูกเปิดออกด้วยทหารประมาณสี่ถึงห้าคน พร้อมกับมีเสียงของทหารดังเป็นระยะ


“เจ้าหญิงรัชทายาทเสด็จ.....” ทหารคนที่หนึ่งพูดขึ้นเมื่อบีเดินผ่านแป่วก็ยังคงจัดชุดบีไปตามทาง


“เจ้าหญิงรัชทายาทเสด็จ.....” ทหารคนที่สองพูดขึ้นเมื่อบีเดินผ่าน บียังคงเดินนิ่งไม่ได้สนใจอะไร


“เจ้าหญิงรัชทายาทเสด็จ.....” ทหารคนที่สามพูดขึ้นเมื่อบีเดินผ่าน สายตาของทหารที่กำลังจ้องมองบีอยู่ เค้าดันไปสังเกตเห็นปากบีบ่นอะไรพึมพำว่า.. ‘เออ... กุรู้แล้ว’


“จ...เจ้าหญิง...” ทหารคนที่สี่พูดยังไม่ทันจะจบประโยค ก็เหลือบไปเห็นใบหน้าที่กำลังยิ้มของบี รอยยิ้มที่หายไปนาน(หลายตอน) บัดนี้มันกลับมาแล้ว....... หลังจากที่บีเดินผ่านทหารคนที่สี่ไป “ร...รัชทายาทเสด็จ” ......คำพูดที่ยังพูดไม่จบถูกสานต่อให้จบได้อย่างไม่ลงตัว =_____=”


บีเดินไปจนถึงพระราชาที่ขณะนี้กำลังนั่งยิ้มกว้างต้อนรับลูกสาวที่กำลังเดินมาหาตน วันนี้พระราชาหนวดเคราดูดีชะมัด ก็เพราะว่าหนวดที่เคยปกปิดใบหน้านั่นหายไปหมดแล้ว( *0* หล่อชิบหัยเลยวะ....)


“วันนี้สง่างามจังเลยนะ” ผู้เป็นพ่อทักขึ้น


“ก็งั้นๆแหละ” บีตอบขณะที่กำลังจะทิ้งตัวลงนั่งกับเก้าอี้ประจำ แต่แป่วก็มาหยุดไว้ก่อน


“ไม่ได้ไพคะ จะนั่งแบบทุกๆครั้งที่เคยทำไม่ได้ เจ้าหญิงจะได้เป็นผู้ครองบัลลังก์คนต่อไป จะทำตัวเหมือนเช่นที่เคยทำไม่ได้นะไพคะ” สีหน้าที่เคร่งเครียดของแป่วทำให้พระราชารู้สึกเหมือนกับว่าแป่วเป็นแม่ของลูกสาวตัวเองยังไงอย่างงั้น


“เอาหน้าๆ ยังไงสะ บัลลังก์นี้ก็ไม่ถือสาหรอก” พระราชาพูดขึ้น เมื่อแป่วได้ยินที่พระราชาพูด ก็ทำให้หล่อนหันมาค้อนควับๆ


“ก็เพราะเจ้าหญิงมีพระบิดาแบบพระองค์ไงไพคะ ถึงได้เป็นแบบนี้” แป่วพูดใส่หน้าพระราชา พระราชาถึงกับอึ้ง... ‘นี่กุเป็นพระราชานะเฟ้ย’


“ช่างเถอะไพคะ ตอนนี้คงได้เวลาที่เจ้าหญิงต้องออกไปกล่าวอะไรกับประชาชนแล้วละไพคะ” แป่วพูดขึ้น จนทำให้พระราชามีความรู้สึกว่าแป่วหรือตนเองที่เป็นพระราชากันแน่



************



ประชาชนชาวเมืองฮิวด์ตันยืนกันเต็มหน้าพระราชวังเพื่อรอเจ้าหญิงรัชทายาทกล่าวอะไรกับพวกเค้าในฐานะที่จะเป็นผู้สืบทอดบัลลังก์คนต่อไป และเมื่อบีก้าวเท้าออกมายังระเบียงเสียงจอแจของชาวเมืองก็เงียบกริบเหมือนกับว่าอยู่ดีๆเสียงก็หายไปสะเฉยๆ *0*


เมื่อบีมายืนอยู่ทร่ามกลางประชาชนชาวเมืองฮิวด์ตันนับพันคน เค้าก็มีความรุ้สึกสั่นๆขึ้นมาทันที มือของบีกำแน่นจนทำให้เหงื่อไหลออกมาจากมือ บีเริ่มค่อยๆกวาดสายตามองชาวเมืองจากด้านซ้ายไปด้านขวาอย่างช้าๆ ก่อนที่บีจะเกลือนน้ำลายเล็กน้อย เอานิ้วสะกิดไมล์เบาๆ แล้วก็กะแอ่มอีกที เพื่อเป็นการเรียกเสียงให้กับตัวเอง


“อ..เอ่อ...” บีพูดใส่ไมล์เป็นคำพูดแรก


“เฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ!!!!!~”

เสียงเฮของชาวเมืองดังขึ้นทันที เมื่อได้ยินเสียงของบี บีสะดุ้งอย่างรุ่นแรง แล้วสักพักชาวเมืองก็เงียบกริบอีกครั้ง


“เอ่อ....สวัสดีทุกคนนะ” บีพูดห้วนๆ จนทำให้ชาวเมืองอึ้งเล็กน้อย แป่วที่ยืนอยู่ข้างหลังรู้สึกเสียใจที่ลืมฝึกวิธีการพูดให้กับบี



“ยินดีมากที่ทุกคนมาร่วมแสดงความยินดีกับเราในวันนี้” บีก็ยังคงพูดห้วนๆเหมือนเดิม จนทำให้แป่วแทบบ้า ‘เรางั้นหรอ เจ้าหญิงแทนตัวเองว่าเราอย่างงั้นหรอ มันต้องข้าพเจ้าสิ’ แป่วได้แต่ภาวนา


“แต่ก่อนอื่น เราอยากจะบอกกับทุกคนว่า ตัวเราไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้สืบทอดบัลลังก์ต่อจากพระราชาหรอก” บีพูดถึงกับทำให้ชาวเมืองตะลึงอึ้งไปตามๆกัน “เหตุผลมีด้วยกัน 3 ข้อ” บีกำลังจะเริ่มสารทยาย ในขณะเดียวกันแป่วก็กำลังจะวิ่งมาหยุดบีเพราะกลัวว่าบีจะพูดอะไรที่มันไม่ดีๆต่อประชาชนออกไป แต่พระราชาก็หยุดแป่วไว้ เพราะต้องการอยากจะฟังความใจของลูกสาวตนเองมากกว่า


“ปล่อยให้ลูกหญิงพูดเถอะ....”


“ไพคะ…..”


“ข้อแรก เราไม่เคยช่วยงานราชการพระราชาเลยแม้แต่นิดเดียว แค่ข้อแรกเราก็ไม่มีคุณสมบัติของผู้สืบทอดบัลลังก์ต่อจากพระราชาแล้วละนะ ข้อสอง เราเป็นผู้หญิง ไม่ว่าเมืองไหนๆก็มีผู้ครองเมืองเป็นผู้ชายทั้งนั้น ก็ไม่ได้ว่าผู้หญิงว่าไม่มีน้ำยาหรอก แค่อยากจะบอกว่า มันไม่เหมาะสมก็เท่านั้นเอง และข้อสุดท้ายข้อนี้มันสำคัญกับเรามากเลยทีเดียว คือเรา.... อยากจะเป็น...” บีกำลังจะพูดข้อสุดท้าย และในขณะเดียวกันฝั่งตรงข้ามของปราสาท มีใครบ้างคนกำลังปีนขึ้นไปบนกำแพงวังเพื่อทำอะไรสักอย่างและก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนั่นคือ คิลนั่นเอง คิลซูดลมเข้าปอดอย่าเต็มแรง แล้วก็ตะเบ่งสุดเสียง


“โจรสลัด!!!!!!!~”

เสียงของตะเบ่งของคิลกับเสียงพูดออกไมล์ของบีประสานกันได้อย่างพอดิบพอดี และเมื่อทุกคนได้ยินคำว่าโจรสลัดก็ทำให้ชาวเมืองถึงกับฮือฮากันเป็นอย่างมาก ส่วนแป่วไม่ต้องพูดถึง ขณะนี้เป็นลมนอนพงาบๆอยู่กับพื้นเรียบร้อยแล้ว พระราชาก็นึกถึงความฝันที่กลายเป็นจริง ‘ไม่ผิดแน่...เนี่ยแหละความฝันเมื่อ 8 ปีก่อนละ’



“บี!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!~ “


เสียงร้องเรียกยาวยืดของคิลถูกตะเบ่งอีกครั้ง จนทำให้ทั่วทั้งปราสาทต่างพากันหันมามองคิลกันเป็นตาเดียว ร่วมทั้งพระราชาและแป่วที่รีบสะดุ้งตื่นทันทีเมื่อได้ยินเสียงของคิล



“ชั้นมารับแกแล้ววววววววววววววววว ตามที่สัญญากันไว้ วันที่ 18 ธันวา ในอีก8 ปีข้างหน้า มันก็คือวันนี้!!!!!!!!!!!!!!~”
คิลพูดเสียงดังฟังชัดแจ๋ว


“จะไปงั้นหรอ” พระราชาถามบี บีไม่ได้ตอบอะไรเค้าก้าวเท้าขึ้นไปบนระเบียงข้างหนึ่ง “แล้วพ่อจะรอวันที่ลูกกับมา”


“อื้อ...” บีรับคำก่อนจะกระโดดลงจากระเบียง จนทำให้ชาวเมืองตกใจเป็นอย่างมากเพราะคิดว่าบีจะฆ่าตัวตาย แล้วชาวเมืองทุกคนก็โล่งอกเมื่อเห็นถ้าลงจอดพื้นอันสวยงามของบี


“เจ้าหญิงจะไปเป็นโจรสลัดหรอคะ” เด็กสาวคนนึ่งถามขึ้น


“ใช่” บีตอบสั้นๆ “ขอทางหน่อยได้มั๊ย” บีพูดขึ้นมาลอยๆ พริบตาเดียวชาวเมืองฮิวด์ตันก็เปิดทางให้กับบีเหมือนกับมารอรับเสด็จยังไงยังงั้น บีไม่รอช้าเค้ารีบวิ่งทันที พร้อมกับกล่าวขอบคุณชาวเมืองไปตลอดทาง ชาวเมืองก็ส่งเสียงบอกว่าให้รีบกับมาเร็วนะพวกเค้ารอบีอยู่ บีไม่ได้พูดอะไรได้แต่กล่าวขอบคุณอย่างเดียว บียังคงวิ่งต่อไปจนถึงประตูวัง ตรงนั้นมีคิลยืนรออยู่ ทันใดนั้นเอง เสียงของแป่วก็ไล่ตามมาข้างหลังติดๆพร้อมด้วยทหารอีกสิบกว่าคน


“หยุดเจ้าหญิงไว้ให้ได้” แป่วร้องสั่งทหาร


“ไม่ให้ผ่านไปได้หรอก” เด็กสาวคนเดิมเข้ามาขว้างการวิ่งของทหารและแป่ว


“ใช่ ห้ามผ่าน” ชาวเมืองทุกคนเปิดล้อมทหารและแป่วจนไม่สามารถจะออกไปไหนได้


“อ่า....” แป่วตกใจกับการกระทำของชาวเมืองเป็นอย่างมาก ‘สนับสนุนให้เจ้าหญิงไปเป็นโจรสลัดงั้นหรอ?’
ในขณะเดียวกัน บียังคงวิ่งต่อไปโดยที่ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น บีไม่หันหลังกับไปมองสิ่งที่ตนเองที่จะวิ่งผ่านมา ไม่หันกับไปมองแม้กระทั่งผู้เป็นพ่อของตน


“ยังเป็นคนเย็นชาเหมือนเดิมเลยนะ” คิลทักบีขณะที่ยืนอยู่บนกำแพงวัง



“คนไม่ได้เจอกันนานเค้าทักกันแบบนี้หรอ” บีเงยหน้าขึ้นไปมองคิล คิลขำเล็กน้อยแล้วก็กระโดดลงมาจากกำแพงด้วยความกระฉับกระเฉง


“ไปกันหรือยังละทั่นรอง” คิลพูดขึ้น


“แข่งกันมั๊ยละกัปตัน....”


“หึหึหึหึ ได้อยู่แล้ว” คิลพูดจบก็วิ่งตีนแมวไปก่อนทันที


“เห้ย.. แล้วเรือจอดอยู่ที่ไหนละฟระ ขี้โกงนี่หว่า”


“555+ ไม่โกงก็ไม่ชนะอะดิ๊”


“หนอยยยยยย!!!~”


แล้วบีกับคิลก็วิ่งไปที่เรือโจรสลัด ที่ขณะนี้เทียบท่าอยู่ บนเรือมีอิทกับม้ำที่คอยอยู่บนเรือนานแล้ว เรือลำนี้เป็นเรือที่ได้มาจากปู่ของอิท เป็นเรือสีครีมขนาดปานกลาง หัวเรือเป็นรูปลิงทำหน้าตกใจ ภายในเรือถูกจัดสรรห้องอย่างลงตัว มีห้องทำอาหาร ห้องนอน ห้องคุมห่างเสือ ห้องเครื่อง และห้องอื่นๆอีกมากมาย


“นั่นมากันแล้ว” ม้ำพูดขึ้นพรางชี้ไปทางคิลกับบีที่กำลังวิ่งกันอย่างเมามัน อิทที่กำลังหลับอยู่ค่อยๆลืมตา


“อื้อ...” อิทพูดแล้วก็ล้มตัวนอนต่อ แล้วสักพักก็อิทก็สะดุ้งขึ้นมา “เห้ยย!!! มากันแล้วหรอฟระ ม้ำไปเตรียมอุปกรณ์มาเร็วเข้า” อิทลุกขึ้นมาได้ก็ใส่ม้ำไฟแล่บ


คิลกับบีวิ่งมาจนถึงท่าเรือ จุดมุ่งหมายของทั้งสองคือเรือโจรสลัดที่มีม้ำกับอิทรออยู่ คิลเหลือบมองบีก่อนจะพูดขึ้นว่า...


“ไม่คิดจะล่ำลาหน่อยหรอ”


“แล้วแกละ”


“ชั้นเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่แกนั่นแหละ ลาสะหน่อยเถอะ ไม่แน่อาจจะไม่ได้กับมาอีกแล้วก็ได้”
เมื่อพูดจบคิลก็วิ่งไปที่เรือทันที บียังคงหยุดนิ่ง สักพักน้ำหนึ่งหยดที่ล้นลงกระทบพื้น บีกำหมัดแน่น พร้อมกับหันไปมองบ้านเกิดซึ่งเป็นที่รัก เป็นครั้งสุดท้าย


“ถ้าเป็นไปได้ ชั้นอยากจะกลับมาเหยียบที่นี่อีก ลาก่อน......” บีกล่าวคำล่ำเสร็จก็รีบวิ่งไปที่เรือ


โครมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!~ บีวิ่งชนคิลที่กำลังยืนอึ้งอยู่


“วิ่งไม่ดูตาม้าตาหมาเลยนะแก” คิลลุกขึ้นจากพื้นได้ก็แหกปากทันที


“ตาม้าตาเรือต่างหากละเฟ้ย” บีช่วยแก้คำผิดให้คิล แต่คิลก็ไม่ได้สนใจอะไร


“เรื่องแกวิ่งชนชั้นชั้นไม่ว่าอะไรหรอก แต่.......” คิลชี้ไปที่จุดเกิดเหตุ “ไอ้พรมแดงนี่มันอะไรฟระ ไอ้ม้ำ ไอ้เตย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!~~”


“แหะๆ อันนี้ถามอิทสิ ชั้นไม่รู้เรื่องนะ” ม้ำรีบโยนให้อิททันที อิทเหลือบมองม้ำด้วยห่างตาเสมือนอยากจะบอกกับม้ำว่า ‘เด๋วเจอกันหลังไมล์’


“มันเป็นการตอนรับ รองกัปตันที่เป็นถึงเจ้าหญิงน่ะ” อิทตอบ ก่อนที่จะหันไปค้อนใส่ม้ำ แล้วก็พูดกับม้ำว่า “จะมายืนอะไรละ ไปเก็บมาสิฟระ”


“เก็บอะไรหรอ” ม้ำถาม


“บ๊ะ!!~ ก็พรมไงเฟ้ย ปัดโธ่... กะจะทำเซอไพเจ้าหญิงสักหน่อย ดันมีไอ้บ้าที่ไหนก็ไม่รู้วิ่งมาถึงก่อน” อิทพูดประมาณว่าบ่น


“แกว่าใครบ้ามิทราบ” คิลถามขึ้นเหมือนร้อนตัว ในขณะเดียวกันม้ำก็เดินไปเก็บพรมเหมือนกับว่าเป็นเมดประจำเรือ


“เห้ย! แล้วไมเราต้องมาเก็บตามคำสั่งอิทด้วยละเนี่ย” ม้ำพึมพำกับตัวเองเล็กน้อย แล้วก็ทำการเก็บพรมอย่างรวดเร็ว คิลกับอิทก็ดูท่าจะติดไฟใส่กันเข้าสะแล้ว บีที่ยืนมองอยู่นาน ก็ยังคงมองอยู่ว่า ‘ไอ้พวกนี้มันทำบ้าอะไรกัน’


“ถึงจะเป็นกัปตันก็ไม่มีปราณีหรอกนะเฟ้ย” อิทเริ่มท้าทาย


“เหอะ นึกว่าอยากให้ปราณีงั้นหรอ” คิลเองก็เหมือนกัน


“หนอยยยย วอนสะแล้ว ยืนอยู่นั่นแหละเด๋วลงไปหา” อิทพูดพร้อมกับตั้งท่าจะกระโดดลงจากเรือเพื่อไปหาคิล


“ไม่ต้องๆ อยู่บนเรือนั่นแหละเด๋วขึ้นไปเอง” คิลรีบวิ่งขึ้นไปบนเรือทันที

“แหะๆ เชิญเสด็จข้างบน เอ้ย ไม่ใช่สิ เชิญประทับข้างบนเถอะพะยะคะ เอ้ย ไพคะ” ม้ำหันมาพูดกับบี


“เสด็จละถูกแล้ว” บีพูดพร้อมกับเดินขึ้นเรือแบบนิ่งๆ ม้ำได้แต่หัวเราะแหะๆ แล้วก็ตามบีขึ้นเรือไป คิลกับอิทก็ยังคงทำสงครามกันอยู่ แล้วสงครามนั่นก็สงบโดยเร็วเพราะรังสีอำมหิตของบีมันแพร่ซานไปทั่วทั้งเรือ ถึงแม้ว่าอิทเพิ่งจะเคยรู้สึกแบบนี้เป็นคนแรกก็เถอะ แต่มันก็ทำให้เสี่ยวสันหลังได้เหมือนกันนะ.......


--------------------
>>กัปตันไพเรท<< จงเชื่อมั่นในตัวเรา

user posted image
QUOTE ("กัปตัน")
จะยอมตายเพื่อพวกพ้อง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราจะปกป้องทุกคนเอง

 
PMEmail Poster
Top

Posted: May 08, 2007 12:17 pm  
Quote Post



รองกัปตันเรือไพเรท
*********
Member No.: 11
Joined: February 21, 2007
Group: Mod
Posts: 174




MSN
เริ่ดมากกัปตันรีบๆแต่งต่อเลยนะเฟ้ยรออ่านอยู่

ปล.ฟิคที่ฉันแต่งไว้มันดันเกิดการErrerเลยต้องนั่งพิมพ์ใหม่หมดเลยอ๊ากกกกกกก ตรูอุตสาห์พิมพ์ได้ตั้งแยอะแล้วอ่ะแง้ๆๆๆ


--------------------


"ชีวิตข้านี้ ยอมพลีเพื่ออุดมการณ์และพวกพ้อง"
 
PMEmail PosterUsers Website
Top

Posted: June 17, 2007 04:45 pm  
Quote Post



กุ๊กประจำเรือไพเรท
*
Member No.: 14
Joined: March 06, 2007
Group: Mod
Posts: 7




เอ๊า ดองมาครบเดือนแล้วน้า....รอตอนต่อไปอยู่นะจ๊ะ rolleyes.gif .....เงียบจังเลย


--------------------
user posted image
ชีวิตนี้สละเพื่อพวกพ้องและการทำอาหาร
แต่.....มันผู้ได้บังอาจดูถูกอาหารมันต้อง...ตายยยยย
 
PMEmail Poster
Top

1 User(s) are reading this topic (1 Guests and 0 Anonymous Users)
0 Members:

Topic Options Pages: (2) 1 [2]  Reply to this topicStart new topicStart Poll